ร้านขาย นาฬิกาดิจิตอลติดผนัง และ นาฬิกาดิจิตอลแขวนผนัง led digital clock มี หลากหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบตั้งโต๊ะและแบบติดผนัง มีทั้งแบบเสียบไฟ 12V และใส่ถ่าน หลากหลายขนาด ใหญ่ เล็ก ยี่ห้อไหนดี ๆ มีให้เลือกหลายราคา คัดสรรมาให้แล้วที่ร้านของเรา ใช้ได้ทั้งในบ้าน ติดโรงงาน หรือตามบริษัท ตัวเลขให้ความคมชัดด้วยแสงไฟแบบ LED ชัดทุกมิติ ราคาถูกที่สุด

นาฬิกาดิจิตอล คืออะไร?

สำหรับเจ้าตัวนาฬิกาดิจิตอลก็คือสิ่งประดิษฐ์อย่างหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการบอกเวลา อุปกรณ์ถูกพัฒนาขึ้นจากนาฬิการุ่นเก่า ๆ มีลักษณะเป็นตัวเลขที่สามารถแสดงเวลาด้วยแสงไฟที่ส่องสว่างออกมาผ่านหน้าปัด ใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องคอยอ่านเข็มให้ยุ่งยาก บอกตัวเลขได้ละเอียดกว่าในระดับวินาที ซึ่งไปจนถึงฟังก์ชั่นเสริมอื่น ๆ ที่พัฒนาเข้ามาใช้งานร่วมด้วย อย่างการตั้งปลุก การจับเวลา วัดอุณหภูมิ ฯลฯ

รอบของการบอกเวลาสามารถเลือกได้ว่าจะให้เป็นรอบ 12 ชั่วโมง หรือแบบ 24 ชั่วโมงก็ได้ ส่วนมากสำหรับคนไทยก็จะเลือกใช้เป็นแบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งสะดวกในการดู แต่ในต่างประเทศมักใช้เป็นรอบ 12 ชั่วโมง คือเช้าจะมีหน่วยเป็น AM และตั้งแต่เที่ยงไปจะมีหน่วยเป็น PM คอยบอก มีเครื่องหมายแสดงบนหน้าปัดใช้คั่นเวลา ชั่วโมง นาที และวินาที อย่างชัดเจน

โดยทั่วไปจะสามารถมองเห็นได้ชัดทั้งเวลากลางวัน และเวลากลางคืน มีทั้งชนิดติดผนังหรือแขวนกับผนัง ไปจนถึงแบบตั้งโต๊ะ ขนาดมีให้เลือกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความชอบของแต่ละคนด้วย

หาซื้อนาฬิกาดิจิตอลแขวนผนังยี่ห้อไหนดี ?

การเลือกซื้อนาฬิกาดิจิตอลแบบแขวนผนัง หรือแบบติดผนังไม่ต้องเจาะนั้น มีข้อดีคือช่วยให้เราเหลือพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ไม่เกะกะ แม้จะมีขนาดใหญ่ ช่วยตกแต่งผนังให้ดูสวยงาม ไม่โล่งจนน่าเบื่อ มองเห็นได้ง่ายในระยะไกล ด้วยแสงที่ส่องสว่างออกมาด้วยระบบแอลอีดี

ซึ่งนาฬิกาดิจิตอล led ติดผนังราคา มีให้เลือกหลากหลาย การเลือกซื้อนาฬิกายี่ห้อไหนที่คิดว่าดีนั้น…อาจจะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นปัจจัยหลัก แล้วค่อยตามมาด้วยเรื่องความสวยงาม เพราะถ้าซื้อมาแล้วผิดจากสเป็คการใช้งานที่ต้องการ ก็อาจจะกลายเป็นเสียน้อยเสียยากตามสุภาษิตเอาได้ ดังนั้นนี่คือหลักที่คุณควรเอาไปวิเคราะห์พิจารณาดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ ซื้อช้า แต่ได้นาฬิกาดิจิตอลงาม ๆ ไปครอง ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว

  1. เลือกขนาดให้เหมาะสม

    ขนาดของตัวเรือนมีผลต่อการมองเห็น การจะเลือกนาฬิกาดิจิตอลติดผนังขนาดใหญ่ หรือจะเลือกขนาดเล็ก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะติดเอาไว้ตรงจุดไหน จะได้มองเห็นตัวเลขได้ชัดเจนในระยะดังกล่าว

  2. เลือกฟังก์ชั่นที่เหมาะสม

    ฟังก์ชั่นของไอเท็มเหล่านี้ที่มีการเลือกใช้ระบบดิจิตอล จะมีทั้งแบบพื้นฐานคือบอกเวลาอย่างเดียว ไปจนถึงแบรนด์ที่มีการบอกวันเดือนปี ตั้งเวลาปลุกได้ บอกอุณหภูมิ บอกความชื้นในอากาศ และบางรุ่นยังสามารถจับเวลาได้ด้วย ยิ่งฟังก์ชั่นเยอะ ก็ยิ่งมีราคาแพง ดังนั้นก็ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองก่อนว่า จำเป็นไหมกับฟังก์ชั่นเสริม? คำตอบอยู่ที่ตัวผู้ใช้ อย่าพยายามเลือกซื้อเกินความจำเป็น เพราะจะกลายเป็นฟังก์ชั่นส่วนเกินที่ไม่ถูกใช้งาน แถมซื้อมาก็เสียประโยชน์ไปเปล่า ๆ แทนที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย มันอาจกลายเป็นความน่าปวดหัวให้คุณต้องมาใช้เวลาไปกับการตั้งค่าที่ซับซ้อนขึ้นก็ได้

  3. เลือกแหล่งพลังงานให้เหมาะสม

    ถ้าเป็นรุ่นเล็กแนะนำว่าอาจจะใช้เป็นถ่านทั่วไปก็เพียงพอ ซึ่งมักจะเป็นนาฬิกาดิจิตอล led ตั้งโต๊ะ ขนาดที่วางได้กับพื้นที่เล็ก ๆ ไม่เกะกะ ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ ซึ่งนิยมใช้งานกันตามบริษัท โรงงานอุตสาหกรรม ร้านค้า ฯลฯ จะเป็นแบบเสียบไฟบ้าน มีสายเชื่อมต่อขนาด 12V เป็นสายไฟด้านหลัง เสียบปลั๊กก็พร้อมใช้ แบบนี้จะไม่เหมาะกับการใส่ถ่านทั่วไป เพราะใช้พลังงานสูงกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นตัวกินไฟ เพราะด้วยการใช้แรงดันไฟบ้านเล็กน้อย ก็สามารถทำงานให้เวลาเดินตรงและแม่นยำในทุก ๆ วันได้แล้ว

ทำไมต้องเลือกใช้นาฬิกาดิจิตอลด้วย?

จำเป็นแค่ไหนที่เราจะเปลี่ยนจากโลกอนาล็อกติ๊กต๊อกสุดคลาสสิคมาเป็นนาฬิกาดิจิตอลที่ใช้ไฟฟ้าในการทำงาน?

อาจบอกได้ว่ามันไม่จำเป็นขนาดที่จะต้องเปลี่ยนจากของเดิมที่ใช้อยู่แล้วมาใช้ไอเทมรุ่นใหม่แบบนี้เสมอไป แต่หากลองพิจารณาให้ด้วยความแตกต่างกันอย่างชัดเจนกับแบบอนาล็อกที่ขับเคลื่นด้วยฟันเฟืองเข็มชี้ตัวเลขแล้วล่ะก็ รุ่นดิจิตอลนั้นมีข้อดีมากกว่าหลายด้านจนแทบเรียกได้ว่า แบบเก่าวิ่งตามไม่ทันกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำของเวลาที่เดินได้ตรงกับปัจจุบัน ด้วยการเชื่อมกับระบบอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงฟังก์ชั่นเสริมอื่น ๆ ที่ทำให้คุณสะดวกสบายในการใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น

การตั้งค่าที่ไม่ยุ่งยาก มีระบบช่วยเหลือด้านการสำรองไฟในตัว ใช้งานด้วยการเสียบกับไฟบ้านหรือใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก มีความสว่างที่มองเห็นได้ชัด หรือคุณสมบัติชวนดึงดูดอย่างเซ็นเซอร์อัจฉริยะ จับเสียงหรือการเคลื่อนไหว เปิด-ปิด ระบบแสงไฟได้อัตโนมัติ และอีกมากมายที่มีให้เลือกชนิดที่รุ่นเดิม ๆ ไม่สามารถทำได้ นี่อาจเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้คุณได้หันมาลองใช้ เพราะประโยชน์ที่ได้รับนั้นคุ้มค่ากับราคา ใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ แถมยังเป็นของตกแต่งที่สวยงามทันสมัย

วิธีตั้ง นาฬิกาดิจิตอลติดผนัง ให้แม่นยำไม่ผิดเพี้ยน

การตั้งเวลาให้กับนาฬิกาดิจิตอลติดผนังทั่วไปให้มีความแม่นยำนั้นไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ถูกเปลี่ยนจากอนาล็อกให้กลายเป็นดิจิตอลนั้น ทำให้ง่ายในการเชื่อมต่อกับมือถือ คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงสมาร์ทโฟนทั้งหลายได้

เราสามารถตั้งเวลาในแต่ละหน่วยได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วกด ความแม่นยำที่ว่ายังทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับการแสดงตัวเลขว่าจะผิดเพี้ยนหรือไม่ เพราะการเชื่อมโยงเทคโนโลยียุคใหม่ การปรับจูนที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายได้เองอัตโนมัติ ทำให้เวลาเป็นปัจจุบัน มีความแม่นยำมากที่สุด โดยหลัก ๆ จะมีจุดที่ต้องตั้งนอกเหนือจากเวลาเพิ่มขึ้นมาด้วย เราลองมาดูกันดีกว่าว่า นาฬิกาดิจิตอลสมัยนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจให้ใช้งาน และวิธีตั้งค่าจะง่ายอย่างที่ว่าจริงหรือไม่?

วิธีพื้นฐานในการตั้งเวลานาฬิกาดิจิตอล

เหมือนจะว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่ถ้าทำเป็นแล้วก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะด้วยระบบการเซ็ตแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันซะส่วนใหญ่กว่า 80% คาดเดานิด ๆ หน่อย ๆ ด้วยปุ่มที่มีให้ก็พอจะสามารถกดเปลี่ยนตัวเลขให้ตรงตามเวลาปัจจุบันได้ไม่ยากแล้ว ซึ่งถ้าโฟกัสวิธีตั้งเวลาเพียงอย่างเดียว จำเอาไว้เสมอว่า ถ้ากด 1 ปุ่มแล้วยังไม่มีการ Reset ค่า ก็ต้องกด 2 ปุ่มพร้อมกัน เหมือนกับการใช้งาน Ctrl ที่ต้องกดร่วมกับปุ่มอื่นของคอมพิวเตอร์ เป็นการช่วยระมัดระวังความผิดพลาด ไม่ให้ไปเผลดกดโดนจนเวลาเพี้ยน

โดยปุ่มหลัก ถ้ามองหาคำว่า Reset ไม่เจอ ให้ลองๆไปที่ปุ่ม SET หรือปุ่ม MODE แล้วกดค้างไว้ 3-5 วินาที ถ้าไม่มี ก็ให้ลองมองหาปุ่มอื่นที่ใกล้เคียงกับคำว่า “ตั้งค่า” ก็ได้ ซึ่งอาจจะเป็นการกดปุ่ม MODE+ปุ่ม UP พร้อมกันก็ได้

พอกดค้างไว้แล้ว จะมีเสียงเริ่มต้นเกิดขึ้น แล้วจากนั้นเราจะสามารถกดเพิ่มหรือลดตัวเลขให้มากขึ้นหรือน้อยลงได้ด้วยการกดที่ปุ่ม UP และปุ่ม DOWN โดยจะเริ่มต้นจากส่วนของชั่วโมง เมื่อตั้้งแล้ว ให้กด SET อีกรอบ การตั้งค่าจะต่อเนื่องไปที่หน่วยนาที กดปรับเวลาขึ้นลงเหมือนเดิม แล้วทำซ้ำไปจนถึงหน่วยสุดท้ายคือวินาที เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้กด SET อีกครั้ง เวลาก็จะเริ่มเดินปกติตามที่เราตั้งไว้

อย่างไรก็ตามอาจมีบางยี่ห้อ บางรุ่น ที่มีการตั้งค่ามากกว่าแค่เวลา ซึ่งเราสามารถเลือกที่จะตั้งแค่นี้ แล้วกด SET ไปเรื่อย ๆ เพื่อ Skip ค่าอื่นที่ไม่ต้องการดูออกไปได้จนจบค่าสุดท้ายที่ระบบตั้งเอาไว้ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

การตั้งวัน เดือน และปี

การตั้งค่าในส่วนนี้ เช่นเดียวกันกับเวลา โดยการกดปุ่ม MODE แล้วตัวเลขจะเปลี่ยนจากที่บอกเวลาเป็นนอกวันที่ ซึ่งเมื่อมาอยู่ในหน้าปัดดังกล่าวแล้ว ให้กดไปที่ SET ซึ่งตัวเลขแรกจะเป็นวันที่ – เดือน – ปี หรือบางยี่ห้อก็จะเป็น เดือน – วันที่ – ปี ค.ศ. มาตรฐานทั่วไปการตั้งค่าปี จะอยู่ในหน่วย ค.ศ. มากกว่า

ดังนั้นให้สังเกตดูดี ๆ ก่อนทำการตั้งค่า จะได้ไม่ผิดพลาด เมื่อกดตั้งค่าไปถึงตัวเลขสุดท้ายก็แค่กดปุ่ม MODE อีกครั้ง ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยกับการตั้งวัน เดือน และปี ให้ถูกต้องกับโมงยาม ณ ปัจจุบัน ซึ่งจะถูกเชื่อมโยงหมุนเวียนไปเองกับเวลา แต่บางช่วงของสิ้นเดือนที่มี 30 หรือ 31 วัน คุณอาจจะต้องมาคอยสังเกตและปรับตั้งค่าใหม่สักหน่อย เพราะมาตรฐานหลักที่ระบบตั้งมามักจะมีวันที่แค่ 30 วันเท่านั้น

การตั้งค่าอุณหภูมิ

นาฬิกาดิจิตอลแขวนผนังหรือจะตั้งโต๊ะก็ตาม จะมีระบบตรวจวัดอุณหภูมิของห้องถูกเสริมเข้ามาให้ด้วย โดยสามารถเลือกได้ว่าจะให้ตัวเลขอยู่ในหน่วยองศาฟาเรนไฮซ์(F) หรือองศาเซลเซียสก็ได้(C) ด้วยการกดปุ่ม MODE แล้วเลือกไปที่หน้าอุณหภูมิ จากนั้นกด SET แล้วกดเลือกว่าจะให้เป็นหน่วยไหน โดยไม่ต้องไปตั้งค่ากับตัวเลข เพราะด้านในตัวเครื่องจะมีโมดูลวัดค่าอุณหภูมิ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเองได้อัตโนมัติอยู่แล้ว บางยี่ห้อที่มีความไฮเทคเหนือขั้นไปกว่านี้จะสามารถวัดความชื้นในอากาศได้อีกด้วย

การตั้งค่าแสงสว่างของตัวเลข

เนื่องจากไอเท็มชนิดนี้จะเป็นการมองเห็นตัวเลขผ่านแสงไฟแอลอีดีที่ส่องออกมาให้เราอ่านค่าได้ ดังนั้นแสงอาจมีผลต่อการใช้งาน ซึ่งบางรุ่นจะสามารถตั้งค่าระดับความสว่าง เลือกสีของแสงที่ต้องการเพื่อให้มองเห็นได้ชัด หรือสบายตาก็ได้ตามตั้งการ โดยทั่วไปจะมีระบบที่น่าสนใจดังนี้คือ

    1. การตั้งค่าระดับความสว่างด้วยตัวเอง ตัวเครื่องจะมีปุ่มพิเศษที่สามารถกดเพื่อเลือกได้ว่าจะตั้งค่าให้แสงสว่างมากน้อยแค่ไหน ซึ่งมักจะตั้งได้ 3 ระดับ คือสว่างมากสุด สว่างปานกลาง และสว่างน้อย
    2. การตั้งค่าระดับความสว่างตามช่วงเวลา ซึ่งจะเป็นการตั้งค่าแบบอัตโนมัติ แสงสว่างจะสว่างมากสุดในเวลากลางวัน และจะลดความสว่างลงในช่วงเย็นหลังพระอาทิตย์ตกเป็นต้นไป ระบบนี้เกิดขึ้นมาก็เพื่อช่วยไม่ให้แสงสว่างส่องไปกระทบดวงตาจนนอนไม่หลับในยามกลางคืน ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่อื่น ๆ ในที่พักอาศัย
    3. แสงสว่างที่ดับและติดเองผ่านเซ็นเซอร์ เป็นนาฬิกาดิจิตอลที่มักใช้งานแบบตั้งโต๊ะ วางตั้งไว้ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นหัวเตียงนอน โต๊ะข้างเตียง หรือแขวนเอาไว้ในระยะที่ใกล้สายตา จะมีรุ่นที่ออกแบบด้วยการใส่เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง หรือการเคลื่อนไหวเข้าไป เมื่อไม่พบเสียงหรือการเคลื่อนไหว แสงที่หน้าปัดจะดับไป แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราอยากดูเวลา อาจแค่ตบมือ หรือเคาะที่นาฬิกาเบา ๆ ตัวเลขก็จะสว่างขึ้น หรือการใช้มือแกว่งผ่านหน้าปัดเพื่อให้เซ็นเซอร์ทำงานก็ได้ ซึ่งข้อดีของไอเท็มที่พัฒนาเพิ่มขึ้นมาแบบนี้ของมันนั้น ก็เพื่อช่วยลดพลังงาน และป้องกันไม่ให้แสงสว่างกระทบกับการใช้ชีวิตในยามค่ำคืนของเรา อยากดูเวลาก็ค่อยเรียกหา…ก็แค่นั้น
    4. สีของแสงตัวเลขบนหน้าปัด เราสามารถเลือกสีได้ในบางยี่ห้อ ซึ่งแสงที่ได้รับความนิยมคือสีแดง น้ำเงิน และสีเขียว เราสามารถกดตั้งค่าได้ที่ปุ่ม MODE ซึ่งอาจจะทำงานร่วมกับปุ่ม START หรือปุ่ม SET ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ผลิตเลือกใช้วิธีไหน แต่โดยทั่วไปก็ไม่ได้ยุ่งยาก แถมส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีระบบที่เปลี่ยนสีของไฟได้ แต่ละรุ่นที่ผลิตออกมา มักจะมีสีให้เลือกแบบตายตัว เพราะการตั้งค่าแสงได้ อาจเสี่ยงที่จะทำให้นาฬิการวน พังเสียหายได้ง่าย แถมยังไม่จำเป็นเท่าไหร่ในการนำมาใช้งานอย่างเป็นจริงเป็นจังอีกด้วย

นาฬิกาดิจิตอลแขวนผนัง ตามฮวงจุ้ยมุมไหนถึงจะดี?

ศาสตร์ฮวงจุ้ยสามารถนำมาใช้กับกาารติดตั้งนาฬิกาดิจิตอลบนผนังได้เช่นเดียวกันกับเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ภายในบ้าน ซึ่งตามความเชื่อแล้ว ไอเทมชนิดนี้สื่อความหมายถึงโชคลาภในตัวเอง การเลือกตำแหน่งแขวนหรือติดตั้งให้ดีด้วยแล้ว จะยิ่งเป็นการช่วยเพิ่มสิ่งที่ดีงามเข้ามาในชีวิตได้มากมายขึ้นอีกทางหนึ่ง แม้ว่านี่จะเป็นความเชื่อที่จับต้องได้ยาก แต่หากใครที่สนใจ ก็ลองมาดูข้อมูลก่อนสักหน่อย เผื่อปรับใช้ให้ดีต่อใจตัวเองก็ไม่เสียหายอะไร จริงไหม?

    1. ตำแหน่งที่ควรติดตั้ง – ทิศที่เหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ย ให้แขวนเอาไว้บนผนังในทิศเหนือ ตะวันตก หรือตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นทิศที่ช่วยเสริมด้านหน้าที่การเงินและการเงินให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเลือกห้องที่เป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องโถงใหญ่ ไม่ให้สูงจนเกินไป เชื่อว่าจะช่วยให้พลังงานที่ดีไหลเวียนอบอวลไม่หลุดหายไปไหน จึงช่วยส่งเสริมชีวิตในหลาย ๆ ด้าน ทั้งความดูดี น่าเชื่อถือ ความคิดสร้างสรรค์ และเสริมยศภถาบรรดาศักดิ์ได้
    2. ตำแหน่งที่ไม่ควรติดตั้ง – ทิศต้องห้ามคือตะวันออก ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นทิศที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของคนภายในบ้าน โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีลูกชายคนโต และไม่ควรแขวนติดผนังไว้ตามห้องรับประทานอาหาร หรือใกล้กับโต๊ะกินข้าว เพราะเชื่อว่าจะส่งผลเสียต่อระบบการย่อยอาหารได้ ส่วนอีกหนึ่งความเชื่อของหลักนี้คือ ห้ามแขวนเอาไว้เหนือประตูหรือหน้าต่าง เพราะจะทำให้พลังงานอำนาจของมันกดดันคนที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน เกิดความรุ่มร้อนในชีวิต พบเจออุปสรรค ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง แถมยังพ่วงมาด้วยปัญหาสุขภาพ เพราะพลังที่ถูกไหลเวียนเข้าและออกทันที ทำให้พลังงานที่ดีถูกถ่ายเทออกไปจนหมด

ทำความรู้จักกับนาฬิกาดิจิตอล สิ่งสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้นมาสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีกันไปแล้ว ก็อย่าลืมไปเลือกซื้อสินค้าดี ๆ กันได้ที่ร้าน HVGROUP สินค้าถูกและดี มีให้คุณเลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะแบรนด์ไหน รุ่นไหน ๆ ที่คิดว่าดี คุ้มค่ากับการใช้งาน ที่ร้านของเรามีให้คุณได้เข้ามาลองสัมผัส เพราะเวลานั้นมีค่า อย่าเสียเวลาไปกับสินค้าไร้คุณภาพจากแหล่งอื่นกันเลยจ้า